อัพเดท Google Workspace

อัพเดท Google Workspace

Google Cloud Thailand Region เปิดตัวแล้ว!

ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไทยด้วยความเร็วระดับมิลลิวินาที และมาตรฐาน Data Residency ระดับโลก ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า ความสามารถในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีระดับโลกไม่ได้เป็นเพียงข้อได้เปรียบทางธุรกิจ แต่คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Google ที่มุ่งมั่นสนับสนุน Digital Ecosystem ของไทยอย่างยั่งยืน และต้องการเป็นพันธมิตรที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม (Leave No Thai Behind) เราเข้าใจดีว่าหลายองค์กรยังต้องเผชิญกับ “กำแพง” สำคัญสองประการ คือ ความหน่วง (Latency) จากการเชื่อมต่อข้อมูลข้ามพรมแดน และ ข้อกังวลด้านอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) ตามกฎหมาย PDPA และระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้และแสดงถึงพันธสัญญาในการร่วมสร้างอนาคตดิจิทัล (Digital Future) ให้กับประเทศไทย วันนี้ Google จึงพร้อมแล้วที่จะทลายทุกข้อจำกัดด้วยการเปิดตัว Google Cloud Thailand Region อย่างเต็มรูปแบบ Google Cloud ได้ประกาศเปิดตัว Cloud Region แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ (asia-southeast3) อย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การตั้ง Data Center ใหม่ แต่คือก้าวสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ปัญหา Pain Point ของธุรกิจไทยโดยเฉพาะ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Region ใหม่นี้จะช่วยยกระดับธุรกิจของคุณได้อย่างไรบ้าง บอกลาความหน่วง (Low Latency) ปัญหาคลาสสิกที่แอปพลิเคชันการเงิน การเทรดหุ้น หรือระบบโรงงานอุตสาหกรรมมักเจอคือ “ความหน่วง” เมื่อต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลที่สิงคโปร์หรือต่างประเทศ การเปิดตัว Region asia-southeast3 ในไทยเข้ามาแก้โจทย์นี้โดยตรง ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้การรับส่งข้อมูลเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้นในระดับ มิลลิวินาที (Millisecond) สิ่งนี้ไม่ได้หมายความแค่แอปฯ เปิดเร็วขึ้น แต่หมายถึงประสบการณ์ลูกค้า (User Experience) ที่ลื่นไหลขึ้นอย่างมหาศาล และรองรับ Real-time Application ที่ต้องการความแม่นยำสูงได้อย่างไร้รอยต่อ เก็บข้อมูลในไทย มั่นใจเรื่อง Data Sovereignty สำหรับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และธุรกิจประกันภัย การเก็บรักษาข้อมูลไว้ภายในราชอาณาจักร (Data Residency) ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ข้อบังคับ” ที่เคร่งครัด การมี Google Cloud Region ในไทยช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และมาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ ข้อมูลสำคัญของคุณจะถูกจัดเก็บและประมวลผลในไทย 100% (Data Sovereignty) ซึ่งสิ่งนี้ได้รับการยืนยันความเชื่อมั่นจากองค์กรชั้นนำอย่าง KBTG (กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป), True Digital Group, Dhipaya Group และ KTC ที่ตบเท้าเข้าร่วมใช้งานเพื่อยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ลดต้นทุนแฝง พร้อมรักษ์โลก ในมุมของการบริหารจัดการต้นทุน การมี Local Region ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยราคาค่าบริการบางส่วนอาจถูกกว่า Region ในสิงคโปร์ประมาณ 10% (ขึ้นอยู่กับประเภทบริการ) และยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงในการดูแล Hardware เอง ด้วยโมเดลการจ่ายเงินแบบ Pay-per-use ที่ยืดหยุ่น นอกจากเรื่องเงินแล้ว ยังตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เพราะ Cloud Region นี้ดำเนินงานภายใต้นโยบาย Net Zero และใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ซึ่งช่วยให้องค์กรของคุณสามารถเคลมเรื่อง Carbon Footprint และตอบโจทย์เป้าหมาย ESG ได้อย่างง่ายดาย Infrastructure พร้อมใช้งานทันที แม้ว่าบริการด้าน Generative AI ขั้นสูงบางตัวอาจจะทยอยเปิดตัวตามมา แต่ในปัจจุบันบริการหลักด้าน Infrastructure (IaaS) และ Platform (PaaS) นั้นพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Compute Engine, Google Kubernetes Engine (GKE), Cloud Run หรือ Cloud Storage ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง Modern Application ยิ่งไปกว่านั้น การมี Region ในไทยยังเปรียบเสมือนประตูเชื่อมต่อ (Gateway) ไปสู่บริการ AI ระดับโลกของ Google อย่าง Vertex AI และ Gemini ได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วผ่านเครือข่าย Global Network ของ Google เอง จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย การเปิดตัว Google Cloud Thailand Region ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค แต่เป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ไทยสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท และสร้างงานกว่า 1.3 แสนตำแหน่งภายใน 5 ปีข้างหน้า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI Economy อย่างเต็มตัว การมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกอยู่ในบ้านเรา คือโอกาสทองของธุรกิจ SME, Startup ไปจนถึงระดับ Enterprise ที่จะ Transform ตัวเองโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและกฎหมายอีกต่อไป บทสรุป Google Cloud Thailand Region (asia-southeast3) คือคำตอบที่ธุรกิจไทยรอคอย มันคือโซลูชันที่มาช่วย “ปลดล็อก” ทั้งในเรื่องความเร็ว (Speed), ความปลอดภัย (Security/Compliance), และความคุ้มค่า (Cost/Sustainability) หากวันนี้คุณยังลังเลที่จะย้ายขึ้น Cloud หรือติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย นี่คือจังหวะเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้น เพื่อให้ธุรกิจของคุณก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยีระดับโลกที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม อย่ารอให้คู่แข่งแซงหน้าด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่า! คุณสามารถเลือกใช้งาน Region “Bangkok (asia-southeast3)” ได้แล้ววันนี้ผ่าน Google Cloud Console หากคุณต้องการคำปรึกษาในการย้ายระบบ (Migration) หรือวางแผนสถาปัตยกรรม Cloud ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณเพื่อรองรับ Region ใหม่ ลงทะเบียนรับคำปรึกษา

คำบรรยายวิดีโออัตโนมัติใน Google Drive รองรับ 27 ภาษาใหม่: เปิดโลกการเข้าถึงเนื้อหาที่ง่ายขึ้น

ลองจินตนาการถึงการประชุมออนไลน์ หรือวิดีโอการฝึกอบรมที่ต้องรองรับผู้เข้าร่วมจากหลากหลายเชื้อชาติ การสื่อสารอาจเป็นอุปสรรคสำคัญ แต่ไม่ใช่กับอัปเดตล่าสุดนี้! Google Drive ได้ขยายการรองรับภาษาสำหรับคำบรรยายวิดีโอที่สร้างโดยอัตโนมัติเพิ่มอีก 27 ภาษา ทำให้เนื้อหาวิดีโอของคุณสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ชมทั่วโลก ประโยชน์และการแก้ปัญหา วิธีเริ่มใช้งาน เพียงอัปโหลดวิดีโอของคุณไปยัง Google Drive และระบบจะสร้างคำบรรยายอัตโนมัติให้ คุณสามารถเลือกภาษาที่ต้องการได้จากเมนูการตั้งค่าคำบรรยาย

เปลี่ยน Google Docs นิ่งๆ ให้เป็นพื้นที่ทำงานอัจฉริยะ ด้วยฟีเจอร์ “Smart Chips”

ในการทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจหรือภาคการศึกษา เอกสาร (Document) ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงกระดาษดิจิทัลสำหรับบันทึกข้อความอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทไปสู่การเป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกัน (Collaboration Hub) ที่เชื่อมโยงข้อมูล ผู้คน และตารางงานเข้าด้วยกัน วันนี้เราขอแนะนำฟีเจอร์ “Smart Chips” (ชิปอัจฉริยะ) บน Google Docs เครื่องมือที่จะช่วยเปลี่ยนเอกสารแบบเดิมๆ ให้มีชีวิตชีวาและทำงานได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Smart Canvas ของ Google Workspace Smart Chips คืออะไร? Smart Chips คือชุดคำสั่งพิเศษที่ฝังอยู่ใน Google Docs (และ Google Workspace อื่นๆ) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดึงข้อมูลเชิงลึก เชื่อมโยงไฟล์ หรือสร้างเครื่องมือโต้ตอบต่างๆ ลงในหน้าเอกสารได้ทันที โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการงาน วิธีเรียกใช้งาน Smart Chips การเข้าถึงฟีเจอร์นี้ทำได้ง่ายและรวดเร็วผ่าน 2 ช่องทางหลัก : ผ่านเมนู “แทรก” (Insert): ไปที่แถบเมนูด้านบน เลือก “แทรก” > “ชิปอัจฉริยะ” (Smart Chips) แล้วเลือกประเภทชิปที่ต้องการ ผ่านปุ่มลัด “@” (At sign): เพียงพิมพ์เครื่องหมาย @ ลงในบรรทัดที่ต้องการ ระบบจะแสดงเมนู Dropdown ขึ้นมาให้เลือกคำสั่งทั้งหมดทันที วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้งานระดับโปร ฟีเจอร์เด่นของ Smart Chips ที่ช่วยยกระดับการทำงาน จากการอัปเดตล่าสุด Smart Chips มีความสามารถที่หลากหลายและครอบคลุมการทำงานหลายด้าน ดังนี้: 1. การจัดการเวลา (Time Management) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมในชั้นเรียน หรือการประชุมระดมสมอง (Brainstorming) 2. การสำรวจความคิดเห็น (Voting Chips) เปลี่ยนเอกสารให้อินเทอร์แอคทีฟด้วยชิป “โหวต” ผู้ใช้งานสามารถสร้างโพลสำรวจความคิดเห็นในตารางงานได้ทันที ความพิเศษคือสามารถ “เปลี่ยนอีโมจิ” เป็นรูปต่างๆ (เช่น หัวใจ, นิ้วโป้ง, ไฟ) เพื่อให้การโหวตมีสีสันและสื่อความหมายได้ตรงจุดประสงค์มากขึ้น 3. การติดตามสถานะงาน (Project Management) ด้วยชิป “เมนูแบบเลื่อนลง” (Dropdown) เราสามารถสร้างป้ายกำกับสถานะงาน เช่น “ยังไม่เริ่ม”, “กำลังดำเนินการ”, หรือ “เสร็จสิ้น” (สามารถปรับแต่งข้อความและสีได้เอง) ช่วยให้ทุกคนในทีมเห็นความคืบหน้าของงานได้ชัดเจนในหน้าเดียว 4. การเชื่อมโยงข้อมูล (Data Integration) Smart Chips ช่วยให้เอกสารเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อ: บทสรุป การนำ Smart Chips มาประยุกต์ใช้ ไม่เพียงแต่ทำให้หน้าตาของเอกสารดูทันสมัยและเป็นระเบียบเท่านั้น แต่ยังช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมและห้องเรียนให้เป็นระบบ (Systematic) ลดขั้นตอนการค้นหาข้อมูล และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมร่วมกันอย่างแท้จริง

ยกระดับการสอน : เปลี่ยนวิดีโอ YouTube ธรรมดา ให้เป็นแบบทดสอบวัดความเข้าใจ ด้วย “YouTube Interactive” ใน Google Classroom

ในยุคดิจิทัล การนำสื่อวิดีโออย่าง YouTube มาใช้ประกอบการเรียนการสอน ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จาก การเป็นผู้รับสารฝ่ายเดียว (Passive Learning) ที่ยากจะวัดผล มาเป็น การเรียนรู้เชิงโต้ตอบ (Active Learning) ที่ผู้สอนสามารถประเมินความเข้าใจ ของผู้เรียนได้จริง วันนี้ เราจะมาแนะนำหนึ่งในฟีเจอร์ที่ทรงพลังใน Google Classroom นั่นคือ “YouTube Interactive Video Activities” (กิจกรรมวิดีโอแบบโต้ตอบ) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

ไม่ใช่แค่ AI แต่คือ ‘Agentic AI’: สิ้นสุดยุคการทำงานแยกจากกันโดยสิ้นเชิงด้วย Gemini Enterprise จาก Google Cloud

แม้ว่าองค์กรต่างๆ จะพยายามลงทุนในเครื่องมือ AI มากเพียงใด แต่เครื่องมือเหล่านั้นกลับทำงานแยกส่วนกันอย่างสิ้นเชิง ลองนึกภาพตาม: ทีมขายมี AI อัจฉริยะในระบบ CRM ช่วยวิเคราะห์โอกาส, ทีมการตลาดใช้ AI อีกตัวเพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์, ขณะที่ฝ่ายการเงินก็มี AI สำหรับพยากรณ์ตัวเลขโดยเฉพาะ พนักงานอาจมี AI ช่วยเขียนอีเมล, AI ช่วยสรุปเอกสาร, หรือ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล แต่ AI เหล่านี้ต่างคนต่างอยู่ ไม่รู้จักกัน และไม่สามารถผนึกกำลังกันเพื่อจัดการ “งานที่ซับซ้อน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจได้

Work Smarter สร้างระบบอัตโนมัติอัจฉริยะด้วย Google Workspace Flows

ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่การแข่งขันสูงและความเร็วเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรต่างๆ กำลังมองหาวิธีที่จะ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และ ยกระดับการตัดสินใจ ให้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น คุณเคยประสบปัญหาการทำงานข้ามแอปพลิเคชันที่ใช้เวลามากและเกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายหรือไม่? หรือต้องการระบบที่ช่วยจัดการงานประจำวันให้คุณโดยอัตโนมัติ? Google เข้าใจถึงความท้าทายเหล่านี้ และได้เปิดตัวโซลูชันที่จะมาพลิกโฉมวิธีการทำงานของคุณ: Google Workspace Flows เครื่องมือใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ Gemini AI ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างระบบอัตโนมัติที่ไร้รอยต่อภายใน Google Workspace ได้อย่างง่ายดาย

นโยบายใหม่ Google ลบบัญชี ข้อมูล และกิจกรรมทั้งหมด หากไม่มีการใช้งาน 2 ปี

เราทุกคนต่างมีบัญชี Google มากกว่าหนึ่งบัญชี ไม่ว่าจะเป็นบัญชีหลักสำหรับ Gmail, บัญชีสำหรับเก็บไฟล์ใน Google Drive, บัญชีสำหรับ YouTube หรือบัญชีสำรองที่สมัครไว้เล่นๆ เมื่อหลายปีก่อน ปัญหาคือ เรามักจะ “ลืม” บัญชีเหล่านั้น และสันนิษฐานว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป

พลิกโฉมการศึกษาไทยด้วย Chromebook อุปกรณ์ที่จัดการง่าย ปลอดภัย และสร้างมาเพื่อการเรียนรู้

การปรับเปลี่ยนห้องเรียนให้ทันสมัยเป็นความท้าทายสำคัญของสถานศึกษาไทย คุณต้องการเครื่องมือที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ ง่ายต่อการจัดการ และปลอดภัย Chromebook ซึ่งทำงานร่วมกับ Google for Education และ Gemini คือคำตอบสำหรับความต้องการนี้

ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานด้วย Gemini Gems คู่มือสร้างผู้ช่วย AI ส่วนตัวฉบับสมบูรณ์

ในยุคดิจิทัลที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงาน การสร้างปฏิสัมพันธ์กับ AI ให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการอย่างสม่ำเสมอถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง หลายครั้งผู้ใช้งานต้องเสียเวลาไปกับการป้อนคำสั่ง (Prompt) เดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

ไขข้อข้องใจ Google Agentspace ผู้ช่วย AI ที่ไม่ได้แค่ ‘ช่วย’ แต่ ‘ลงมือทำ’ เพื่อธุรกิจของคุณ

ในยุคที่ข้อมูลขององค์กรกระจัดกระจายอยู่ตามแอปพลิเคชันและระบบต่างๆ นับร้อย พนักงานต้องเสียเวลาไปกับการสลับหน้าจอ ค้นหาข้อมูลที่ไม่เคยเจอ และทำงานซ้ำๆ ที่น่าเบื่อหน่าย ปัญหาเหล่านี้คืออุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งศักยภาพขององค์กร